วันเสาร์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2559

มะม่วงสารพัดประโยชน์



                             มะม่วง
                            
                           Mango



          ฤดูร้อนนี้เป็นฤดูแห่งมะม่วงแสนอร่อย มะม่วงถือได้ว่าเป็นราชาแห่งผลไม้ที่เป็นที่ชื่นชอบของคนทุกเพศทุกวัยมักนิยมรับประทานแบบสดมากกว่าผลไม้อื่นๆ ด้วยความที่มะม่วงมีรสหวานและกลิ่นหอมยังสามารถฟื้นฟูจิตใจและทำให้คุณรู้สึกมีความสุขได้อีกด้วยมะม่วงมีขนาดและรูปทรงที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ซึ่งมีสายพันธุ์มากกว่า 1,000 ชนิด ในเนื้อของมะม่วงจะอุดมไปด้วยสารอาหาร สารออกฤทธิ์ทางชีวภาพและเส้นใยมากมาย ทั้งยังเป็นแหล่งของวิตามิน A C และ E รวมทั้งแร่ธาตุต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น โพแทสเซียม แมกนีเซียม ทองแดง แคลเซียมและฟอสฟอรัส และนี่คือ 10 คุณประโยชน์ของมะม่วง


1. ลดระดับคอเลสเตอรอลที่ไม่ดี
การรับประทานมะม่วงประจำสามารถรักษาระดับคอเลสเตอรอลในร่างกาย จากการตรวจสอบพบว่า วิตามินซีสูง เพคตินและเส้นใยมากมายที่อยู่ในมะม่วงจะช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลที่ไม่ดี (LDL) ได้เป็นอย่างดีอย่างยิ่ง ‘ไม่ดี’ ในขณะเดียวกันยังช่วยเพิ่มจำนวนคอเลสเตอรอลที่ดี (HDL) อีกด้วย และมะม่วงเป็นแหล่งที่อุดมไปด้วยโพแทสเซียมซึ่งมีหน้าที่สำคัญในการเพิ่มอัตราการไหลเวียนของเลือดในระบบประสาทที่ควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจและความดันโลหิต ทำให้ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ

2. ฟื้นฟูผิว
มะม่วงเป็นผลไม้มหัศจรรย์สามารถใช้ฟื้นฟูผิวได้ โดยใช้ในการมาสก์และขัดหน้า ในมะม่วงอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และวิตามิน C วึ่งช่วยให้ผิวของคุณมีสุขภาพดีและเปล่งประกาย วิตามินและเบต้าแคโรทีนในมะม่วงสามารถเพิ่มความอ่อนเยาว์ ฟื้นฟูผิว ลดจุดด่างดำ ฝ้าและสิว โดยนำมะม่วงสุกมาปอกเปลือก แล้วถูทั่วใบหน้าของคุณเป็นเวลา 10 ถึง 15 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น

3. ป้องกันการเกิดโรคลมแดด (Heat stroke)
ลดความเสี่ยงผลกระทบของจังหวะการเต้นของหัวใจจากความร้อน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะรักษาระดับของเหลวในร่างกายของคุณ โพแทสเซียมในมะม่วงช่วยรักษาระดับโซเดียมซึ่งจะควบคุมระดับของเหลวในร่างกายและควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจท ในฤดูร้อนคุณสามารถกินมะม่วงสุกหรือมะม่วงดิบทุกวันเพื่อช่วยให้เย็นลงและเพิ่มน้ำแก่ร่างกาย




4. บำรุงสายตา
มะม่วงเป็นแหล่งของวิตามิน A จำนวนมาก ซึ่งสารอาหารสำคัญสำหรับสุขภาพตา วิตามิน A จะช่วยบำรุงสายตาและป้องกันความผิดปกติต่างๆเกี่ยวกับตา เช่นตาบอดตอนกลางคืน ต้อกระจก จอประสาทตาเสื่อม ตาแห้งและความรู้สึกไม่สบายตา ในมะม่วงสุก 1 ถ้วย มีวิตามิน A อยู่ถึงร้อยละ 25 ของความต้องการต่อวัน






5. รักษาระดับอัลคาไลน์
กรดซิตริกที่พบในมะม่วงช่วยรักษาระดับอัลคาไลน์ในร่างกาย จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาสุขภาพหลายอย่าง เช่น ภาวะเลือดเป็นกรดเรื้อรัง โรคไต กล้ามเนื้ออ่อนแอและกระดูกอ่อนแอ การรับประทานมะม่วงเป็นประจำจะช่วยรักษาค่า pH ให้ปกติ โดยอยู่ระหว่าง 7.35 และ 7.45 ซึ่งจะช่วยให้การถ่ายโอนออกซิเจนไปทั่วร่างกายมากขึ้น ป้องกันไม่ให้โรคทางเดินอาหารต่างๆ และโรคกระดูกพรุน

6. ช่วยย่อยอาหาร
เส้นใยที่มีอยู่มากในมะม่วงจะช่วยในการย่อยอาหารและการกำจัดของเสีย ทั้งยังสามารถช่วยป้องกันความผิดปกติของระบบทางเดินอาหารเช่น โรคโครห์น (Crohn’s disease) นอกจากนี้มะม่วงยังช่วยบรรเทาอาการท้องผูกและแผลในกระเพาะอาหาร

7. ป้องกันโรคมะเร็ง
งานวิจัยหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่า สารต้านมะเร็งและสารต้านอนุมูลอิสระในมะม่วงสามารถป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ โรคมะเร็งเต้านม โรคมะเร็งปอด โรคมะเร็งผิวหนัง โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวและโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก สารต้านอนุมูลอิสระที่พบในมะม่วงที่ช่วยป้องกันโรคมะเร็งคือ quercetin isoquercitrin astragalin fisetin gallic acid และ methyl gallat สถาบันโรคมะเร็งในบอสตันแนะนำให้ดื่มมะม่วงปั่นสมูทตี้ 1-2 แก้วทุกวันสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็ง

8. ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน
วิตามิน C ในมะม่วงมีหน้าที่สำคัญในการรักษาระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ป้องกันการเข้าสู่ร่างกายของเชื้อโรค และช่วยเพิ่มการผลิตเม็ดเลือดขาว นอกจากนี้ยังช่วยรักษาสุขภาพผิวให้ผิวมีสุขภาพดี

9. เพิ่มความจำ
ในการศึกษาของ journal Oxidative Medicine พบว่าสารหลายชนิดที่พบในมะม่วงช่วยเพิ่มการจดจำและลดความเครียด กรดกลูตาในมะม่วงจะช่วยเพิ่มหน่วยความจำ ส่วนวิตามิน B6 ยังมีหน้าที่สำคัญในการดูแลและปรับปรุงการทำงานของสมอง
https://encrypted-tbn1.gstatic.com/
10. เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ
มะม่วงถือว่าเป็นยาบำรุงชั้นดี ในต่างประเทสมักเรียกกันว่า love fruit หรือ ผลไม้แห่งความรัก ซึ่งอุดมไปด้วยวิตามิน E ที่ช่วยควบคุมฮอร์โมนเพศ



             นอกจากนี้มะ่วงยังมีประโยชน์อีกมากมาย........................................ไว้เจอกันใหม่นะค่ะ




วันอาทิตย์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2559

มหัศจรรย์พืชเมืองหนาว(สตอเบอรี่)

    มหัศจรรย์พืชเมืองหนาว(สตอเบอรี่)
( strawberry)
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ สตอเบอรี่
                     ช่วงปลายปี อากาศเริ่มเย็นลงถือเป็นช่วงเวลาที่จะมีผลไม้เมืองหนาวออกจำหน่ายมากมาย และเจ้าผลไม้ผลจิ๋ว สีแดงสด กลิ่นหอมหวาน อย่างสตรอเบอร์รี่ ก็เป็นอีก1ผลไม้ที่เป็นที่ชื่นชอบของคนทุกเพศทุกวัยและได้รับความนิยมรับประทานมากในฤดูกาลนี้ ด้วยที่เป็นช่วงฤดูกาลที่สตรอเบอร์รี่ออกผลผลิตมากทำให้ราคาถูกลงและพอซื้อหามารับประทานกันได้

        ซึ่งสตรอเบอร์รี่ที่มีวางจำหน่ายตามท้องตลาดและซุปเปอร์มาร์เก็ตนั้นจะมีทั้งที่นำเข้าจากต่างประเทศ และชนิดที่ปลูกบนภูเขาสูงทางภาคเหนือของประเทศไทย โดยพันธุ์ที่นิยมปลูกในบ้านเราคือ สตรอเบอร์รี่สวน พันธุ์พระราชทาน 50, พันธุ์พระราชทาน 70 และพันธุ์พระราชทาน 72 ซึ่งสตรอเบอร์รี่สามารถนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายโดยเฉพาะเมนูของหวานอย่าง เค้ก เครื่องดื่ม หรือแม้กระทั้งรับประทานสดๆร่วมกับเมนูลดน้ำหนักอย่างโยเกิร์ต หรือทานคู่กับซีเรียลเป็นอาหารเช้าก็ให้พลังงานพอเหมาะและได้คุณค่าทางอาหารครบถ้วน

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของสตรอเบอร์รี่

สตรอเบอร์รี่ จัดอยู่ในตระกูลพืชล้มลุก ใช้ปลูกคลุมดิน แต่มีผลสามารถรับประทานได้ เป็นพืชในกลุ่มวงศ์เดียวกันกับบ๊วย แอปเปิ้ลและกุหลาบ โดยตัวสตรอเบอร์รี่เองนั้นมีมากมายหลากหลายสายพันธุ์ ทั้งพันธ์ุแท้ และลูกผสมจึงทำให้สตรอเบอร์รี่มีรสชาติที่หลากหลาย ตั้งแต่เปรี้ยวมากๆจนถึงหวานจัด


คุณค่าทางอาหารของสตรอเบอร์รี่

สตรอเบอร์รี่สีแดงสด กลิ่นหอมหวาน อุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหารมากมาย ได้รับการยกย่องให้เป็นผลไม้เพื่อสุขภาพและความงามเลยทีเดียว ในสตรอเบอร์รี่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระได้แก่ แอนโทไซยานิน (Anthocyanin) เคอซิติน (Quercetin) เคมเพอรอล (Kaempferol) ซึ่งสารเหล่านี้มีส่วนช่วยยับยั้งสารก่อโรคมะเร็งชนิดต่างๆได้ และเมื่อเปรียบเทียบสารต้านอุมูลอิสระ กับผลไม้ชนิดอื่นๆ สตรอเบอร์รี่นั้นจะมีสารต้านอุนมูลอิสระมากกว่า ส้มถึง 1 เท่าครึ่ง มากกว่าองุ่นแดงอยู่ถึง 2 เท่า มากกว่ากีวีถึง 3 เท่า มากกว่ามะเขือเทศและกล้วยหอมถึง 7 เท่า และมากกว่าลูกแพรถึง 15 เท่า นอกจากนี้ผลไม้ชนิดถือว่าเป็นผลไม้มีวิตามินซีสูง โดยสตรอเบอร์รี่ปริมาณ 100 กรัมจะมีวิตามินซีมากถึง 58 มิลลิกรัมเลยทีเดียว นอกจากนี้สตรอเบอร์รี่เป็นผลไม้ที่ให้พลังงานต่ำ ไม่มีคอเรสเตอรอล และมีไฟเบอร์ จึงเหมาะมากสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก




ค่าโภชนาการของสตรอเบอร์รี่ ปริมาณ 100 กรัม 
ให้พลังงาน33 kcal
ไขมัน0.3 กรัม
คอเรสเตอรอล0 มิลลิกรัม
โซเดี่ยม1 มิลลิกรัม
คาร์โบไฮเดรต8 กรัม
ไฟเบอร์2 กรัม
น้ำตาล4.9 กรัม
โปรตีน
0.7 กรัม

ประโยชน์ของสตรอเบอร์รี่

สตรอเบอรี่ผลเล็กๆที่ทุกๆคนชื่นชอบนั้น อุดมไปด้วยประโยชน์เพื่อสุขภาพมากมาย ทั้งยับยั้งป้องกันโรค ช่วยบำรุงรักษาระบบต่างๆในร่างกาย และช่วยบำรุงผิวพรรณ ถือว่าเป็นผลไม้เพื่อสุขภาพอีกชนิดนึงไม่ควรพลาดเลยทีเดียว












ช่วยยับยั้งป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง

อย่างที่กล่าวไปในข้างต้นในสตอเบอร์มีสารต้านอนุมูลอิสระ ได้แก่ แอนโทไซยานิน (Anthocyanin) เคอซิติน (Quercetin) เคมเพอรอล (Kaempferol)อยู่ ซึ่งเจ้าสารเหล่านี้จะช่วยชะลอการเกิดอนุมูลอิสระที่เป็นที่มาของการเสื่อมถอยของเซลต่างๆในร่างกายที่เป็นต้นเหตุของการการเกิดโรคมะเร็งหลายๆชนิด ยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้องอก

ลดความดันโลหิต และโรคหัวใจ

สตรอเบอร์รี่อุดมไปด้วย โพแทสเซียม(Potassium) และแมกนีเซียม (Magnesium) ซึ่งเป็นตัวช่วยควบคุมระดับความดันเลือดให้อยู่ในสภาวะปรกติ และยังมี วิตามิน ใยอาหาร และโฟเลตที่ช่วยลดคอเรสเตอรอลและไขมันเลวในร่างกาย เพิ่มปริมาณไขมันดี(HDL)ทำให้หลอดเลือกสะอาด ป้องการหลอดเลือดอุดตัน ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อหัวใจให้แข็งแรง

ช่วยบำรุงสายตา

ด้วยที่ปัจจัยหลักที่ทำให้ระบบการทำงานของดวงตาเสื่อมสภาพลงนั้นมาจากสารอนุมูลอิสระ และการขาดสารอาหารบางตัว และยิ่งอายุยิ่งมากขึ้นก็จะยิ่งทำให้สายตาเราเสื่อมลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งสตรอเบอร์รี่นั้นมีส่วนช่วยต้านการเกิดอนุมูลอิสระได้ เพราะมี ฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) กรดฟีโนลิกส์ และวิตามินอีกหลายตัว จึงทำให้ชะลอความเสื่อมของระบบการมองเห็น ช่วยปรับความดันในตาให้กลับมาเป็นปกติ ช่วย ป้องกันโรคต้อกระจก และ ช่วยลดความเสื่อมของจอประสาทตาได้ถึง 50%

ส่งเสริมการทำงานและบำรุงสมอง

ด้วยจุดเด่นเรื่องสารต้านอนุมูลอิสระนี่เองจึงทำให้ สตรอเบอร์รี่มีส่วนช่วยในการส่งเสริมการทำงานของสมองให้ดีขึ้นทำให้อนุมูลอิสระน้อยลง ช่วยลดการเสื่อมสภาพของเนื้อเยื่อและเส้นประสาทต่างๆ และยังมีไอโอดินที่ช่วยให้สมองทำงานได้อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพอีกด้วย

ป้องกันหวัด ภูมิแพ้ และโรคเลือดออกตามไรฟัน

เนื่องจากสตรอเบอร์รี่มีวิตามินซีอยู่มาก จึงช่วยป้องกันหวัด และเป็นผลไม้ที่เหมาะสำหรับทานหลังฟื้นไข้ ช่วยลดอาหารภูมิแพ้ และโรคภายในช่องปากที่เกิดจากการขาดวิตามินซี


ช่วยบำรุงผิวพรรณ
เนื่องจากสตรอเบอร์รี่มีวิตามินมากมายจึงมีส่วนช่วยในเรื่องของผิวพรรณโดยเฉพาะวิตามินซีและสารต้านนุมูลอิสระ ที่ช่วยชะลอวัย ป้องกันการเสื่อมสภาพของผิว ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง

เป็นยาระบายอ่อน

จากสรรพคุทางยา สตรอเบอร์รี่ถือเป็นยาระบายอ่อนๆ ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ และยังช่วยแก้อาหารท้องร่วงได้ เพราะสตรอเบอร์รี่นั้นอุดมไปด้วยวิตามินซีและธาตุเหล็กนั้นเอง
 .................เห็นไหมค่ะว่านอกจากสตอเบอรี่จะอร่อยแล้วยังมีประโยชน์มากมายอีกด้วย